การเก็บไข่ดีอย่างไร กับคนที่อยากมีลูกเมื่อพร้อม

เก็บไข่

เนื่องจากในปัจจุบันผู้หญิงสมัยใหม่นั้น มีภาวะในการแต่งงานช้า และพร้อมในการแต่งงาน เมื่อมีอายุมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม จากแต่งงานเมื่ออายุ 20 ต้นๆ ก็จะเปลี่ยนมาเป็น 30 อัพ หรือว่า 40 ปีขึ้นไป ก็ยังมีเลย ทำให้เรื่องของการวางแผนการมีบุตรนั้น ล่าช้าไปมากกว่าเก่า ซึ่งเมื่อมีความพร้อมในการแต่งงาน แต่มีอายุที่มากทำให้ไข่ของผู้หญิงเรา หมดอายุหรือทำให้ปริมาณ ในการผลิตไข่ลดลงเป็นจำนวนมาก

นอกจากจะลดปริมาณในการผลิตไข่แล้ว คุณภาพของไข่ของผู้หญิง ที่มีอายุมากแล้วก็จะมีคุณภาพ ที่ลดลงอย่างรวดเร็วนั่นเอง ซึ่งเมื่อมีอายุตั้งแต่ 40 ปีขึ้นไป ร่างกายก็จะเริ่มลดการผลิตไข่ลง จึงทำให้เมื่อมีความพร้อม ในการแต่งงานมีความเหมาะสม ทั้งสถานะ ความสัมพันธ์ ทั้งหน้าที่การงาน มีความพร้อมในเรื่องของ เป้าหมายในชีวิตแต่สุดท้าย ก็ไม่สามารถที่จะมีลูกได้ เนื่องจากไข่ผลิตน้อยลงแล้วนั่นเอง

ดังนั้นเรื่องของเทคโนโลยีในการเก็บไข่ หรือการแช่แข็งไข่เอาไว้ จึงเป็นทางเลือกสำหรับคนรุ่นใหม่ได้เป็นอย่างดี จึงเป็นเทคโนโลยีที่น่าสนใจ และกำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ในปัจจุบันซึ่งถามว่าการแช่แข็งไข่ หรือการเก็บไข่เอาไว้มีประโยชน์อย่างไร แน่นอนว่ามีประโยชน์ที่จะสามารถ ช่วยคงสภาพเซลล์ไข่ให้อ่อนวัยเอาไว้ ในช่วงเวลาที่ผู้หญิงเรา มีความพร้อมในจะมีลูกนั่นเอง ซึ่งถือได้ว่ากำลังได้รับ ความสนใจเป็นอย่างมากในปัจจุบัน เพราะผู้หญิงยุคใหม่แต่งงานช้าลง เนื่องจากความไม่มั่นใจ ในตัวของผู้ชายและยังมี ความสนุกสนานในเรื่องของการทำงาน เนื่องจากเป็นสาวทำงานกันทั้งนั้น จึงทำให้ความล่าช้า ในการที่จะมีบุตรนั้นมีเพิ่มมากยิ่งขึ้น และเมื่อมีความพร้อมก็มีปัญหา ในเรื่องของภาวะมีบุตรยาก เนื่องจากอายุที่เพิ่มมากขึ้นนั่นเอง

ดังนั้นการแช่แข็งไข่หรือว่าการเก็บไข่ ตั้งแต่อายุไม่มากจะสามารถแก้ปัญหา ในเรื่องของการมีบุตรยาก ในอนาคตได้เป็นอย่างดี เพราะไข่ถูกเก็บไว้ตั้งแต่อายุยังน้อย ทำให้ไข่มีคุณภาพนั่นเองหรือในบางคน ที่มีปัญหาในเรื่องของความเจ็บป่วย หรือเป็นผู้ป่วยมะเร็งที่ต้องได้ รับยาเคมีบำบัดหรือฉายแสง ก็จะส่งผลทำให้ไข่ลดลงอย่างรวดเร็ว ดังนั้นจึงสามารถใช้วิธีการ ในการเก็บไข่หรือการแช่แข็งไข่ไว้ก่อน นำมาช่วยในการที่จะทำให้ผู้ป่วยรายนั้นๆ สามารถมีลูกได้นั่นเอง

จึงเห็นได้อย่างชัดเจนแล้วว่า การแช่แข็งไข่นั้นเหมาะสำหรับ คนในยุคปัจจุบันเป็นอย่างมาก ดังนั้นหากใครมีความสนใจ ในการที่จะเก็บไข่เอาไว้ หรือเคยได้ยินว่าดาราหลายต่อหลายคน ทำการเก็บไข่เอาไว้ก่อน เมื่อมีความพร้อมจึงนำไข่ที่เก็บเอาไว้ มาใช้เมื่อพร้อมที่จะมีบุตรนั่นเอง ซึ่งเราต้องมาทำความเข้าใจก่อนว่า การเก็บไข่หรือการแช่แข็งไข่คืออะไร ทำความเข้าใจง่ายๆว่าการแช่แข็งไข่ก็คือ กระบวนการที่เกิดขึ้นหลังจาก มีการกระตุ้นไข่และเจาะนำไข่ ออกจากรังไข่แล้วจากนั้น ทำมานำมาแช่แข็ง ด้วยเทคนิคการแช่แข็งแบบผลึกแก้ว ซึ่งเป็นเทคโนโลยีสมัยใหม่ โดยจะแช่แข็งไข่ด้วยอุณหภูมิอยู่ที่ -196 องศาเซลเซียส ซึ่งจะทำให้ไม่เกิดผลึกน้ำแข็ง ในเซลล์ไข่หลังจากละลายออกมา ก็สามารถที่จะละลายออกมา ผสมกับอสุจิด้วยวิธี ICSI ได้อย่างรวดเร็ว

โดยกระบวนการแช่แข็งไข่ ก็ไม่ได้ยุ่งยากแต่อย่างใด มีขั้นตอนแค่เพียง 4 ขั้นตอนคือ

1. การปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ทางด้านการมีบุตรยาก โดยจะทำการให้ข้อมูลทาง ด้านประวัติส่วนตัว ประวัติทางการแพทย์ และสามารถปรึกษาถึง ประการวางแผนการรักษา

2. การตรวจเลือดและสแกน โดยขั้นตอนนี้จะมีการอัลตอร์ซาวด์ ถุงในรังไข่และทำการตรวจเลือด เพื่อตรวจระดับฮอร์โมน ในวันที่ 2 หรือวันที่ 3 ของการมีประจำเดือน

3. ทำการปรึกษาแพทย์อย่างต่อเนื่อง โดยการวางแผนรักษา

4. เริ่มกระบวนการในการแช่แข็งไข่ โดยจะมีการเซ็นใบแสดงความยินยอม และมีการแนะนำการใช้ยา และการฉีดยากระตุ้นไข่ โดยจะเริ่มวันที่ 2 หรือวันที่ 3 ของการมีประจำเดือน

5. การตรวจติดตามผล ซึ่งจะทำการประเมินการ ตอบสนองของร่างกายต่อยาที่ให้ โดยจะทำการตรวจเลือดและอัลตราซาว์ด เป็นระยะทุก 2 ถึง 3 วัน

6. ฉีดยากระตุ้นการตกไข่ โดยจะฉีดยากระตุ้น ประมาณสาม 16 ชั่วโมง ก่อนการเก็บไข่

7. การเก็บไข่ คนไข้จะได้รับการวางยาสลบ จึงไม่ได้รับความเจ็บปวด ระหว่างการเก็บไข่แต่อย่างใด

8. นำไข่ไปแช่แข็งและเก็บรักษา โดยกระบวนการที่เรียกว่า การแช่แข็งแบบผลึกแก้ว และเก็บไนโตรเจนเหลวจนกว่า จะนำมาใช้

กระบวนการในการแช่แข็งไข่ ก็มีแค่นี้ซึ่งถือได้ว่า เป็นขั้นตอนที่ไม่ยุ่งยาก เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการที่จะ เก็บไข่ไว้ใช้ในอนาคต เมื่อมีความพร้อมในการมีบุตรนั่นเอง